CEO นิ้วก้อย
posted on 01 Oct 2009 10:02 by rookiedz in Feelingมีพี่คนหนึ่งในบริษัทส่งจดหมายฉบับนี้ให้ผม (เพราะผมเคยถามพี่เขาว่าตำแหน่ง CEO ในความคิดพี่เขามีหน้าที่อะไร) และพี่เขาก็ได้ส่งจดหมายฉบับนี้มาให้ผมได้อ่าน ผมอ่านแล้วอืม CEO ของบริษัทนี้น่ารักจัง หาก CEO ของทุกบริษัทเป็นได้เพียงครึ่งหนึ่งของ CEO นิ้วก้อยได้ ก็คงจะดี
CEO นิ้วก้อย
ทันทีที่อ่านหนังสือ a day B ULLETIN เล่มใหม่จบ สิ่งแรกที่คิดก็คือ ต้องเขียนถึงคนคนนี้ “ทัศพล แบเลเว็ลด์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ”CEO” ของ ” ไทยแอร์เอเชีย” สายการบินต้นทุนต่ำรายแรกของเมืองไทย หนังสือ a day B ULLETIN เป็นหนังสือแจกฟรีของค่าย a day ที่ฮิตและฮอตจนต้องเปิดรับสมาชิก จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้คือ บทสัมภาษณ์ อย่างบทสัมภาษณ์ ” ทัศพล” เล่มนี้ ”ทัศพล” เป็นอดีตกรรมการผู้จัดการ “วอร์เนอร์ มิวสิค” ก่อนจะมารับตำแหน่ง CEO ของ ” ไทยแอร์เอเชีย” ที่เป็นบริษัทในเครือชินคอร์ป เขาเป็นคนที่มีอารมณ์ขัน มีทัศนคติทางบวก วันที่กลุ่มพันธมิตรฯ บุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินของไทยแอร์เอเชียจอดอยู่ 10 กว่าลำ ในขณะที่คนอื่นกำลังทุกข์ เขากลับคิดในแง่ดีและมีอารมณ์ขัน ” เครื่องบินของคนอื่นเขาก็จอดอยู่เหมือนกัน ” เป็นความคิดแบบ ” เฉลี่ยทุกข์” เราทุกข์ เขาก็ทุกข์ หรือเมื่อมีคนถามว่า เชื่อหรือไม่ว่า ทุกปัญหาที่มีทางออก “ทศพล” บอกว่าที่มีคนบอกว่ามืด 8 ด้าน แสดงว่าด้านที่ 9 ต้องมีทางออก ” ไม่มีปัญหาอะไรในโลกนี้ที่ไม่มีทางออก เพียงแต่ออกไปแล้วจะบาดเจ็บหรือเปล่า แต่บาดเจ็บมากบ้างน้อยบ้างก็ดีกว่าตายไปเลย “ นอกจากอารมณ์ขันและทัศนคติทางบวกแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ “ทัศพล” CEO ของสายการบินต้นทุนต่ำมี นั่นคือ “ลูกบ้า ” ลูกบ้า ” ต้นทุนสูง” วันที่ “ทัศพล” รับตำแหน่ง CEO บริษัทไทยแอร์เอเชีย มี “แอร์เอเชีย” ของมาเลเซียถือหุ้น 49% บริษัทเอเชียเอวิเอชั่น ของชินคอร์ปถือหุ้น 50% อีก 1% เป็นของ “ทัศพล “ แต่พอ “ชินคอร์ป” ขายหุ้นให้กับ ” เทมาเส็ก” “ทัศพล” สัมผัสได้ถึง ” ความไม่แน่นอน” เพราะ ” เทมาเส็ก” นั้น สนใจเฉพาะบริษัทด้านโทรคมนาคม ส่วนธุรกิจสายการบินหรือการเงินอย่างแคปิตอล โอเค ซึ่งอยู่นอกสายธุรกิจหลัก มีโอกาสมากที่ “เทมาเส็ก” จะขายทิ้ง สภาพเช่นนี้ทำให้พนักงานขวัญหนีดีฝ่อ มาทำงานด้วยสีหน้าที่เป็นทุกข์เพราะไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง
“ทัศพล” รู้สึก ว่าเขาต้องรับผิดชอบต่อพนักงาน 1,200 คน หลายคนเขาเป็นคนชวนให้มาทำงานที่นี่โดยวาดภาพว่าบริษัทนี้อนาคตสดใส” ถ้าวันหนึ่งผมไปบอกคนเหล่านั้นว่า โอเค… เราปิดบริษัทแล้วนะ โชคดีนะ บางทีผมอาจมองหน้าพวกเขาไม่ติดอีกเลยก็ได้ มันเป็นเรื่องที่คาใจกันไปทั้งชีวิตนี้ และชีวิตหน้า โลกหน้า… ผมคิดว่ามันไม่แฟร์สำหรับพนักงานพวกนี้ “
“ทัศพล” ตัดสินใจนัดคุยกับผู้บริหารที่ร่วมบุกเบิกมาด้วยกัน 5 คน ”พรอนันต์ เกิดประเสริฐ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน” น.อ. ธนภัทร งามปลั่ง” ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการการบิน ”ปรีชญา รัศมีธานินทร์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรม” ม.ล. บวรนวเทพ เทวกุล” ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และ ” สันติสุข คล่องใช้ยา” ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ เขาชวนทั้ง 5 คนไปกินข้าวกลางวันที่โรงแรมรามาการ์เดนส์ ก่อนปิดห้องประชุม ”ทัศพล” เล่าถึงแนวคิดในการแก้ปัญหาความอึมครึมในบริษัท เมื่อ ” เทมาเส็ก” จะขายหุ้นไทยแอร์เอเชีย แทนที่จะต้องมาลุ้นว่าขายได้ -ไม่ได้ หรือจะขายให้ใคร ทำไมเราไม่ซื้อหุ้นจาก ” เทมาเส็ก” เอง เปลี่ยนสถานะตัวเองจากพนักงาน เป็น ” ผู้ถือหุ้น”และ “ลูกหนี้”
ผมบอกทุกคนว่าคิดดูให้ดีนะว่าจะเอาหรือไม่เอา
แล้วผมก็ส่งกระดาษชิ้นเล็กๆ ให้ทุกคนเพื่อให้เขียนว่า เอาหรือไม่เอา แค่นั้น ใครจะไม่เอาก็ไม่ว่ากัน ไม่มีการกดดันใครไม่เอาก็ยังจะทำงานด้วยกันเหมือนเดิม ” บนกระดาษชิ้นเล็กๆ ทุกใบ เขียนคำเดียวกัน “เอา ”
จากนั้นกระบวนการกู้เงินก็เริ่มขึ้น ทุกคนต้องเอาบ้าน และรถมาจำนองแบงก์เพิ่ม นอกเหนือจากหุ้นไทยแอร์เอเชีย มูลค่าทั้งหมดพันกว่าล้านบาท วันที่ผู้บริหารทั้ง 6 คนเซ็นสัญญากับแบงก์ และโอนเงินให้เทมาเส็ก
“ทัศพล ” เรียกประชุมทุกคนในบริษัทที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ ตอนหกโมงเย็น เขาประกาศว่าวันนี้ทุกคนมีงานทำต่อ เพราะผู้บริหาร 6 คนได้กู้เงินมาซื้อหุ้นคืนแล้ว พนักงานทุกคนเฮกันลั่นห้อง ”
ตอนนั้นผมรู้สึกเลยว่า เฮ้อ กูเป็นไทแก่ตัวแล้ว แต่จะเป็นหนี้ต่อไป “ บรรยากาศในบริษัทเปลี่ยนไปทันที ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส และให้ใจกับบริษัทเต็มที่ ตอนน้ำมันแพง พนักงานบางคนส่งเมลมาบอกว่าเธอเป็นพนักงานตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ไม่รู้จะช่วยบริษัทอย่างไร ” หนูขอไม่เบิกค่าใช้จ่ายที่หนูเบิกได้ ยกเว้นค่าโอทีและเบี้ยเลี้ยง “ จนถึงวันนี้ ” ทัศพล” ยืนยันว่าเขาตัดสินใจไม่ผิดที่ซื้อหุ้นจากเทมาเส็ก ” ผมไม่เคยคาใจอีกเลยว่า กูไม่น่าทำเลย ”
” ทัศพล “ เป็น CEO ที่ให้เบอร์โทรศัพท์ของเขากับพนักงานทุกคน มีปัญหาโทร. มาได้ทันที เพราะ CEO ในความหมายของเขาไม่เหมือนกัน
CEO แปลตามแบบของผม อ่านว่า “เสี่ยว”
“เสี่ยว” ในภาษาอีสานแปลว่า “เพื่อนรัก”
“CEO คือ คนที่จะต้องทำตัวให้เป็นที่รักของทุกคน โดยเฉพาะคนในองค์กรของเรา พอคนรักกันมันก็มีใจทำงานให้กัน “
CEO ที่ดีไม่ใช่คนที่ชี้นิ้วสั่ง
สำหรับเขา ” นิ้วชี้” ห้ามใช้
ให้ใช้ ” นิ้วก้อย” ที่แปลว่าเราดีๆ กันนะ
ที่สำคัญห้ามใช้ ”นิ้วโป้ง” …..ห้ามโกรธกัน